เที่ยวดอยดำ บ้านเล็กในป่าใหญ่ ตามพระราชดำริ อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่
ทริปนี้ถือเป็นทริปสำรวจดอย พร้อมกับการท่องเที่ยวไปในตัว พวกเราตัดสินใจเดินทางกันด้วยพาหนะเพียง 1 คัน กับ 4 ชีวิตที่จะรอนแรมไปด้วยกันตลอดหลายวันในพื้นที่ของเมืองเหนือ พวกเรารับรู้จากคำบอกเล่าของเพื่อนเก่าชาวดอยที่มักคุ้นกันดี บอกว่ามีเส้นทางลอยฟ้าเส้นทางหนึ่ง (จากเส้นทางนับร้อยๆ เส้นของเชียงใหม่)
ดอยดำ เป็นหนึ่งในโครงการมีหมู่บ้านชาวเขา 4 ชนเผ่า ที่อาศัยอยู่ร่วมกัน ภายใต้โครงการพระราชดำริ บ้านเล็กในป่าใหญ่ มีการพัฒนาทั้งในส่วนชุมชน สถานที่ และการศึกษาให้กับเด็กดอยที่ยังขาดแคลนอุปกรณ์การเรียน ในฤดูฝนเส้นทางนี้แทบจะถูกตัดขาดจากโลกภายนอก เพราะเส้นทางเต็มไปด้วยร่องโคลน ซ้ายผา-ขวาเหว การเดินทางค่อนข้างอันตรายมาก หากเกิดเผลอพลาดพลั้งออกนอกลู่นอกไลน์
ดังนั้นรถที่จะเดินทางเข้าไปนั้น ต้องมีความพร้อม และมีอุปกรณ์ช่วยเหลือครบถ้วน ที่ขาดไม่ได้ก็คือ ยาง ต้องเป็นแบบ MUD TERRIAN และสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ วินช์
สำหรับการเดินทางไปยังเส้นทางดอยดำดังกล่าวนั้น จากตัวเมืองเชียงใหม่ เราใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 107 มุ่งหน้าสู่ อ.เชียงดาว ซึ่งเป็นทางคดเคี้ยวไป-มาของไหล่เขา จากเชียงดาวเราขับรถเลยไปประมาณ 8 กม. ก็เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 1322 มุ่งสู่ อ.เวียงแหง ถนนหนทางลาดยางอย่างดี และคดเคี้ยวไปตามไหล่ดอย บางช่วงก็สูงชันตามสภาพพื้นที่บนดอยสูง อากาศค่อนข้างเย็นสดชื่นช่วงต้นฤดูฝน เราจอดรถเป็นระยะเพื่อชมวิวทิวทัศน์สองข้างทาง กลิ่นดอกไม้ป่าหอมเป็นระยะ สนสองใบข้างทาง สวยงามตามธรรมชาติบนดอย
ขับรถกินลมชมวิวมาไม่นานนัก เราก็ขับมาจอดรถบริเวณทางโค้ง เกือบเป็นครึ่งวงกลม มีตัวอักษรตัวใหญ่ติดไว้บนผนังภูเขา กล่าวต้อนรับผู้มาเยือน เปรียบเสมือนประตูสู่เมืองเวียงแหง ผู้เฒ่าชาย หญิง ชนเผ่าเล่าวู 2 คน เดินสวนเรามา บนบ่าของทั้งคู่เต็มไปด้วยผักกะหล่ำและผักกาดเขียว เต็มหลัง เป็นภาพที่สวยงามและคุ้นชินกันเป็นอย่างดี เมื่อได้มีโอกาสเดินทางขึ้นไปตามดงดอยต่างๆ ของภาคเหนือ
เสบียงอาหารถูกจัดเตรียมสำหรับทริปนี้ ที่ตลาดในหมู่บ้าน จากปากทางเล็กๆ เราเริ่มเข้าเส้นทางออฟโรดเบาๆ สภาพดินลูกรังบดอัดแน่น การเดินทางค่อนข้างสะดวก เราแวะพักชมบรรยากาศของรีสอร์ท ชื่อแปลก ม่อนจุ๊คัว กับทำเลที่ตั้งสวยงาม ห้องโถงต้อนรับแขกผู้มาเยือน เมื่อมองออกไปภายนอก ปลายสายตาจะไปสิ้นสุดที่นาขั้นบันไดเขียวสบายตา
![]() |
![]() |
ขยับก้นออกจาก ม่อนจุ๊คัว ได้ เราทั้ง 4 ชีวิต ก็เดินทางเข้าสู่เส้นทางออฟโรดเส้นเดิม รถเริ่มไต่ระดับความสูงขึ้นไปเรื่อยๆ พร้อมกับวิวสองข้างทางที่สวยงาม อากาศเริ่มเย็นลงเป็นระยะ แสงแดดเริ่มอ่อนแรงลง ต้นไม้เริ่มใส่เสื้อ มีมอสขึ้นตามลำต้น กิ่งก้านสาขา แบบป่าดิบชื้นทางภาคเหนือของไทย ชั่วไม่นานในอารมย์ที่กำลังดื่มด่ำอยู่กับธรรมชาติสองข้างทาง สายฝนก็เริ่มเทลงมา ผมหันไปมองหน้าเพื่อนร่วมทางทั้ง 3 คน ต่างมีสีหน้าวิตกนิดๆ เพราะหนทางข้างหน้าเรายังไม่ทราบว่าจะเป็นอย่างไร แต่ในเส้นทางที่เรากำลังขับอยู่นี้ มันเป็นเส้นทางดินภูเขาแบบหนังหมูผสมมันปู สรรพคุณของเจ้าดินชนิดนี้ คงไม่ต้องบรรยายอะไรกันมาก ลื่นอย่างวายร้าย แต่ก็อุ่นใจหน่อยที่ครั้งนี้ เราสวมรองเท้าตะขาบมา แต่เมื่อเหลือบไปมองข้างทางก็ใจแป้วนิดๆ เพราะเส้นทางข้างหน้านั้น มีไหล่ทางทรุดลงไปเป็นเหวลึกไม่ต่ำกว่า 50-100 เมตร เห็นแล้วเสียวสันหลังจริงๆ
ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี เราผ่านอุปสรรคต่างๆ ระหว่างเส้นทางมาได้อย่างไม่ยากเย็นนัก จนเราเดินทางกันมาได้ประมาณ 10 กม.ก็ถึงทางแยกสันปันแดน – ปาย ที่นี่มีด่านทหารดูแลความเรียบร้อย จากแยกนี้หากเลี้ยวซ้ายไป สามารถเดินทางลัดเลาะไต่ดอยไปทะลุ อ.ปายได้ ระยะทางประมาณ 38 กม. แต่เราเดินทางต่อไปตามเส้นทางนี้ เพื่อไปยังหน่วยจัดการต้นน้ำแม่หาด สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช แล้วต่อเนื่องไปถึงดอยดำ บ้านเล็กในป่าใหญ่ ตามพระราชดำริ ซึ่งเป็นจุดหมายสำหรับการเดินทางทริปนี้ ถึงตอนนี้เรายังเหลือระยะทาง อีก 15 กม.กว่าจะถึงจุดหมายปลายทาง
![]() |
![]() |
ฝนหยุดตกไปพักใหญ่ แต่ทิ้งปัญหาเอาไว้ให้เราต้องแก้ไขตลอด เส้นทางจากช่วงนี้ไปเริ่มลำบากมากกว่าทุกช่วงที่ผ่านมา เพราะเต็มไปด้วยร่องโคลนลึก ต้องปั่นกันทุกช่วง ไม่งั้นติดอยู่กับที่ เพราะโคลนแบบดินเหนียว เกาะล้อรถแบบโดนัท แต่เราก็สู้กันตลอดทางจนสามารถผ่านไปได้ทุกเนิน ในบางช่วงของเส้นทาง เราต้องเดินเท้าไปสำรวจก่อนนำรถเคลื่อนผ่านไป เนื่องจากมีดินไหล่ทางสไลด์ลงไปปิดทาง ในขณะที่บางช่วงนั้น ถูกน้ำกัดเซาะจนทางเกือบขาด จนเกิดเป็นเหวเหลือช่องทางตรงกลางเล็กๆ เป็นระยะ ชวนให้ตื่นเต้นและน่ากลัวจริงๆ ครับ
เราเดินทางมาถึงหน่วยจัดการต้นน้ำแม่หาด ในอีกไม่กี่ชั่วโมงผ่านมา แต่ด้วยเวลาที่รีบเร่ง เราจึงไม่ได้แวะเข้าไป จึงไม่แน่ใจว่าหน่วยฯนี้ ยังคงอยู่หรือเปล่า เราเร่งเดินทางต่อเลยครับ เพื่อให้ไปถึงจุดหมายก่อนค่ำ อีกพักใหญ่เราก็มาถึงซุ้มทางเข้า โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ เลยซุ้มเข้าไปก็จะผ่านสำนักงานโครงการ พลับพลาที่ประทับ เมื่อครั้งที่สมเด็จพระบรมราชินีนาถ เสด็จมาเยี่ยมชาวไทยภูเขา และทรงงานที่นี้ เมื่อวันที่ 22 มกราคม2545 และมีพระราชดำริให้จัดทำโครงการ “บ้านเล็กในป่าใหญ่ดอยดำ” ซึ่งพื้นที่ดำเนินการอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง และเป็นเขตชั้นคุณภาพลุ่มน้ำชั้นที่ 1 เกิดข้อจำกัดด้านกฎหมาย และระเบียบปฏิบัติทำให้ต้องดำเนินการแบบโครงการฯ “ดอยฟ้าห่มปก” คือ “โครงการทดลองให้คนอยู่กับป่าอย่างยั่งยืน” เป็นการดำเนินงานทางวิชาการ เพื่อการบำรุงรักษาอุทยานแห่งชาติ ตามนัยมาตรา 19 แห่ง พ.ร.บ. อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2507
หลังจากนั้นทางหน่วยงานที่รับผิดชอบ ก็ได้สนองพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ด้วยการชักชวนให้ราษฎรผู้ยากไร้ และสมัครใจเข้าร่วมโครงการได้มีที่อยู่ที่ทำกินเป็นหลักแหล่ง เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น รวมทั้งเป็นการบริหารทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมตามแนวทางการอยู่ร่วมกันของคนกับป่าในลักษณะบ้านเล็กในป่าใหญ่ เพื่ออนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพป่าต้นน้ำให้กลับมามีความอุดมสมบูรณ์ดังเดิม รวมทั้งเป็นการกำหนดแนวทางการดำเนินงานอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้อย่างยั่งยืนต่อไป
ต่อมาก็มีการจัดตั้งเป็นศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา แม่ฟ้าหลวง บ้านดอยดำ รองรับเด็กชาวไทยภูเขาทั้ง 4 เผ่า ที่เข้ามาเรียนที่นี่
เจ้าม้าศึก TOYOTA LN106 สี่ประตู ยังคงนำพาเราเดินหน้าไปเรื่อยๆ อย่างไม่มีทีท่าจะเหน็ดเหนื่อย ผ่านชุมชนชาวไทยภูเขา ซึ่งตั้งชื่อเป็น บ้านอาข่า บ้านมูเซอ บ้านลีซอ บ้านกะเหรี่ยง เลยไปจนถึงหน่วยของทหารชุดปฏิบัติการประสานงานและคุ้มครองป้องกันชุมชน ซึ่งอยู่ด้านในสุดและห่างจากชายแดนไทย-พม่าไม่ถึง 10 กิโลเมตร ที่นี่มีลำห้วยธรรมชาติ น้ำใส ไหลผ่านให้เป็นแหล่งน้ำใช้ตลอดปีสำหรับเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่ออกมาต้อนรับ และชักชวนให้เราพักที่นี่ ซึ่งเราก็รีบตอบรับทันที เนื่องจากเวลาเริ่มค่ำลงเรื่อยๆ และที่สำคัญพักแรมที่นี่ ก็สะดวกและปลอดภัยกว่าจุดอื่นๆ
เรารีบอาบน้ำ และเตรียมอาหารกันที่นี่ ช่วงกลางคืนอุณหภูมิเริ่มต่ำลงมาที่ 18 องศา ซึ่งถือว่าเย็นยิ่งดึกอากาศก็หนาวลงเรื่อยๆ แม้จะอยู่ในช่วงของหน้าฝน และแน่นอนว่า หากเป็นช่วงฤดูหนาวอุณหภูมิอาจจะเหลือเพียงเลขตัวเดียว อย่างไรก็ตาม อากาศขนาดนี้ บอกตามตรงว่ากำลังนอนห่มผ้าแบบสบายๆ
เช้าวันรุ่งขึ้นหลัง จากจัดการกับอาหารมื้อเช้าแล้ว เราก็ได้ไปเยี่ยมศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา แม่ฟ้าหลวง พบว่าโรงเรียนมีครู 2 คน นักเรียนประมาณ 20 คน เด็กๆ ส่วนใหญ่เป็นชาวไทยภูเขา เผ่ามูเซอ อาข่า ลีซอ ไทยใหญ่ ยังต้องการอุปกรณ์การเรียน การสอนโดยเฉพาะสื่อทางการศึกษา เช่น จานดาวเทียม เครื่องเล่น DVD TV และ อุปกรณ์การเรียนหนังสือทุกชนิด เครื่องเขียนทุกชนิด ซึ่งเราจะประสานงานเพื่อนสมาชิกที่สนใจ ร่วมกันเดินทางมามอบสิ่งของเหล่านี้อีกครั้งครับ ในช่วงฤดูหนาว

ทริปนี้ เป็นทริปสั้นๆ จบลงแบบสบาย กับบรรยากาศบนดอยดำ 1 คืน เราลงจากดอยดำ มาที่ตัวอ. เวียงแหง เพื่อจัดเตรียมเสบียงต่อ สำหรับดอยต่อไป ก่อนที่จะเดินทางต่อไป เราได้แวะนมัสการพระบรมธาตุแสนไห และพระธาตุมารนิระเจดีย์ ที่บ้านเปียงหลวง ก่อนที่ตะลอนเดินทางตะลุยดอยต่อไป ซึ่งจะนำมาเสนอท่านผู้อ่านในโอกาสต่อไปครับ แล้วพบกันใหม่ครับ…
ข้อมูลการเดินทาง
การเดินทางไปในพื้นที่โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ดอยดำ ให้ขับไปตามเส้นทางจากจังหวัดเชียงใหม่ สู่อำเภอเวียงแหง ต่อไปยังบ้านกองลม ระยะทาง 150 กิโลเมตร เป็นทางลาดยาง จากนั้นแยกจากบ้านกองลมเดินทางไปตามถนนป่าไม้ระยะทาง 26 กิโลเมตร ถึงยังพื้นที่โครงการฯ รวมระยะทางประมาณ 176 กิโลเมตร




































