เส้นทางสายบุญ ปลายเทือกเขาภูพาน“ผาหำหด เมืองน้ำดำ”

pahumhod08

เส้นทางป่าแห่งหนึ่งใจจังหวัดกาฬสินธุ์

นานแล้วที่คาราวานออฟโรดในทิศต่างๆ มิได้ย่างกายมาพบเจอสักเท่าใดนัก  นอกจากชาวบ้านแถวนั้น และชมรมออฟโรดในท้องถิ่นที่ใช้เป็นเส้นทางสายบุญ สานต่อจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนาเป็นประจำทุกปี   เส้นทางออฟโรดธรรมดาดาดๆ ไม่ยุ่งยากเท่าใดนักในฤดูปกติ แต่มันจะกลายเป็นทริปหนักทันที เมื่อผิวดินชุ่มโชกไปด้วยไอฝนแห่งวสันตฤดู แมกไม้ที่ยังอุดมสมบูรณ์ ผืนป่าที่ยังขยายกว้างดังเดิม จากการเฝ้าระวังรักษาของพระชรารูปหนึ่งที่ใช้อุบายปัญญา สร้างวัดกลางหุบป่า เพื่อดูแลไม้ยืนต้นแห่งปลายภูพานแห่งนี้ไว้ 

“วัดถ้ำพระขันตี อาริยาวาส” สำนักสงฆ์เล็กๆ ที่รักษาผืนป่าต้นน้ำต้นชีวิตกว่าพันไร่ ที่สำคัญ มีพระแค่รูปเดียวเท่านั้น

ระยะทางประมาณ 11 ก.ม. จากเชิงเขา มีมนต์เสน่ท์หลากหลายให้พวกเราได้ลิ้มลอง และเส้นทางสายนี้ก็เดินทางไปไม่ยากเท่าใดนัก หากจุดเริ่มต้นอยู่ที่ตัวจังหวัดกาฬสินธุ์ ก็ขับไปทางทิศเหนือของเมืองน้ำดำสู่อำเภอสหัสขันธุ์ ประมาณ 80 กิโลเมตร จากนั้นขับต่อไปตามเส้นทางสหัสขันธุ์ – คำม่วง อีกราว 30 กิโลเมตร ก็จะถึง หมู่บ้านสร้างแข้  ที่นั่นคือ ประตูสู่เส้นทางออฟโรด

                หนึ่งอาทิตย์ก่อนหน้าวันเดินทาง ผมได้รับโทรศัพท์จาก ผอ.สำเนียง พิมปัดซา  ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านดงสวนพัฒนา อยากให้ไปสำรวจเส้นทางที่พวกเราชาวออฟโรดไปกันจนเบื่อ แต่เราไปก็ไม่เคยถึงสักครั้ง … เอาหละสิ  มันน่าสนใจตรงที่ เขาอยากให้เปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัด  ผมถามย้อนไปว่า แล้วเส้นทางที่ ผอ.บอกนั้นมันตั้งอยู่ตรงไหน เพราะย่านนั้นพวกผมก็เที่ยวกันจนเอือนแล้ว”  ผอ.สำเนียง พิมปัดซา  ตอบสั้นๆ ว่า “ผาหำหด”  ชื่อนี้เท่ากับเป็นตัวกระตุ้นให้ต่อมอะดีนาลีนตัวผมพุ่งขึ้นมาทันที พร้อมกับรำพันกับตัวเอง ตรงไหนวะ พลาดได้ไง มีด้วยเหรอนี่

ชมรมขอนแก่นออฟโรด  ชมรมกระทิงดง4wd อุดรธานี และกลุ่มฟูตม กาฬสินธุ์  ทีมแรกๆ ที่ผมโทรศัพท์เชิญชวน ซึ่งผมเชื่อว่าพวกเขาคงพลาดยาก ยิ่งบอกว่ามาทำบุญด้วยแล้ว โอ้ย…พี่ๆ ใจบุญทั้งหลาย  รักเด็กกันทั้งนั้น ตามกันมาเป็นพรวนเลย  ยิ่งขาลุยอย่าง  โจ  กระนวน(53) จากขอนแก่นออฟโรด    และเจ๊หนิง เจ้าแม่ออฟโรด แห่งภาคอีสานตอนบนด้วยแล้ว ขนข้าวของมาบริจาคให้น้องๆ และทุนการศึกษาอีกเพียบ เพราะทริปนี้นอกจากต้องพิชิตผาหำหดแล้ว เราทำบุญกับน้องๆโรงเรียนบ้านดงสวนพัฒนาด้วย นี่คือ กิจกรรมหลักที่พวกเราชาวออฟโรดร่วมกันทำและถูกสานต่อกันจนกลายเป็นวัฒนธรรมขององค์กรเรา พวกเราจึงหาใช่ท่องเที่ยวหัวหก ก้นขวิดอย่างเดียวไม่…

 

ค่ำคืนก่อนเริ่มต้นทริป เรานัดรวมตัวกันที่บ้าน ผอ.สำเนียง พิมปัดซา  เจ้าของสถานที่ ท่ามกลางสายฝนปรอยๆ  กระทิงดง4wd จากอุดรธานี เป็นชมรมแรกที่มาถึง สายฝนทำให้ภาพการกางเต็นท์ตามที่ทุกคนวางแพลนไว้ ในลานกลางแจ้งหายไปทันที  กลายเป็นเรือนรับรองของโรงเรียนบ้านดงสวนพัฒนาที่เต็มไปด้วยบรรดาเต็นท์หลากสีเบียดทะนานกันอยู่อย่างหนาแน่น แต่ก็อบอุ่น บรรยากาศยามฝนปรอย ในค่ำคืนที่เงียบสงัด เหมาะสมกับบรรดาคอหมากรุก และคอสุรา ที่ล้อมวงรินสุราน้ำใจสานไมตรี ที่เป็นไปอย่างพี่น้อง

เช้าวันใหม่ กาแฟ ข้าวต้ม ไข่ลวก คือ อาหารจานด่วนของคนออฟโรดคอละมุนในค่ำคืนที่ผ่านมา แต่โซดากับกลิ่นคาวของเหล้าหลากยี่ห้อ คือ อาหารจานด่วนของพวกออฟโรดคอทองแดง เพื่อยื้อชีวิตให้เขาอยู่รอดและฮึกเหิมในวันนี้  ถึงตอนนี้ พวกเรารอการเดินทางมาของทีมขอนแก่นออฟโรด รวมทั้งพวกพรรคที่เหลือซึ่งตามมาสมทบในเช้าวันนี้  ….

”รถหมุนๆ… วินซ์หน่อย”  เสียง วอ.แดง ถ้าผมจำไม่ผิดนั่นเป็นเสียงของ นายโจ กระนวน ชมรมขอนแก่นออฟโรด ดังมาจากที่ไกลๆ แต่มันใกล้หูผมเหลือเกิน เอาเข้าแล้วไง ยังไม่ได้เริ่มต้นเลยนะเพื่อนเอ้ย…

                10.30 น. หลังจากทุกชมรมมารวมตัวกัน และมอบสิ่งของ ทุนการศึกษาแก่น้องๆ นักเรียนโรงเรียนบ้านดงสวนพัฒนาแล้ว สัญญาณปล่อยตัวสู่จุดหมายด้วยวิทยุสื่อสาร ที่กลายเป็นช่องนรกของคอทองแดงซึ่งกำลังหลับไหลอย่างได้ที่อยู่ในเต็นท์ (ไม่ควรเอาอย่างนะครับ)

2 ก.ม. ก่อนขึ้นเขา เราต้องปรับขบวนรถ พร้อมลงไปบิดฟรีล็อค เป็นสัญญาณว่า เริ่มต้นการผจญภัยบนเส้นทางออฟโรดที่หลายคนคุ้นเคย แต่สำหรับเส้นทางนี้ พวกเราก็คุ้นกันแค่ 50%  จากนั้นไม่เคยมีใครผ่านเข้าไปเลย  เราขับตามกันมาเรื่อยๆ พร้อมทัศนาวิวทิวทัศน์สองข้างทาง แม้ว่าช่วงแรกๆ ไม่ค่อยน่าพิศมัยเท่าไรนัก เนื่องจากเรายังพบเห็นการบุกรุกตัดต้นไม้  บางช่วงก็กลายเป็นปางวัว (ที่พักของกลุ่มคนเลี้ยงวัวหรือนายฮ้อยครั้งอดีต) ของชาวบ้าน และเห็นไร่นา กลางป่าเขาบ้าง ตามวิถีที่พวกเขาต้องใช้ผืนป่าเลี้ยงชีพ

“หมู่บ้านสร้างแข้” จุดเริ่มต้นของเส้นทางในทริปนี้

เส้นทางกว่าสิบกิโลเมตรบนเขาแห่งนี้ ส่วนใหญ่เป็นโขดหินน้อยใหญ่ ที่มือใหม่พากันขยาดมานักต่อนัก เพราะเป็นหินลอยบนพื้นดินที่นิ่ม ลื่น แถมชันซะด้วย การรักษารอบเครื่อง และการเปลี่ยนเกียร์ จึงสำคัญมากๆ กับระดับความชันที่คาดคะเนน่าจะอยู่ที่ประมาณ 30-45 องศา จนบางครั้งทำให้เจ้าพลายดำตัวหนักอึ้งของ ชัยวัต  ศรีบานแจ่ม หรือ ป๋าอ้อย ที่ปรึกษาชมรมกาฬสินธุ์ออฟโรด และประธานออฟโรดภาคอีสานตอนบนคนใหม่ ต้องคำรามเสียง พร้อมพ่นควันโขมง หลายเทค เลยหละครับ  เนื่องจากยางของแกเป็นยาง MUD TERRIAN ธรรมดา ไม่ใช่ยางตะขาบ ระหว่างเส้นทางที่พวกเราขับผ่านมานั้น ไม้ป่านานาพันธุ์ ที่ผ่านสายฝนเกือบสองเดือนที่ผ่านมา ชูช่อ ล่อใจคอธรรมชาติ ที่ต้องสูดลมหายใจกันเต็มปอดทีเดียว บางรายต้องจอดรถ ลงมากดชัตเตอร์เอาดอกกระเจียวขาวละไม ไปปะหน้าจอคอมพิวเตอร์กันเล่น

ก่อนถึงจุดหมาย หน้าผาหำหด ก.ม. ที่ 8 เราเลี้ยวซ้ายไปนมัสการพระอาจารย์ ที่วัดถ้ำพระขันตี  อาริยาวาส ท่านสร้างอาณาเขตอภัยทานไว้ เพื่อป้องกันการบุกรุกผืนป่าแห่งนี้  กระทั่งเที่ยงเศษๆ หลายๆ คนเริ่มออกอาการหิวขึ้นมาดื้อๆ “กินข้าวกันก่อนนะครับ” โอ้วว เสียงสวรรค์จากสมาชิกขอนแก่นออฟโรด ภัตตาคารบนลานหินจึงเป็นที่นัดรวมพลคนใส้กิ่วขึ้นมาทันที ทุกอย่างจบสิ้นในเวลาไม่เกิน 20 นาที

“อ.นุ นำทางเลย” อ้าว…งานเข้าแล้วมั้ยหละ เมื่อเพื่อนรักเพื่อนแค้นอย่าง นาวิน พันเดช อดีต CO-DRIVER แชมป์ประเทศไทย เกิดอาการแฮงค์อย่างแรง ต้องให้ผมรับหน้าเสื่อเป็นเนวิเกเตอร์ จำเป็น  เอาวะ… กลัวไร

มิวายสร้างความหนาวๆ ร้อนๆ ให้กับเพื่อนร่วมขบวน เพราะเส้นทางนั้นไม่เคยผ่านมาเกือบ 5 ปีแล้ว ครั้งล่าสุดผมเคยหลงเข้าไปมาแล้วกับ นายจ๊อด คอม้า ที่ต้องใช้เวลาเกือบข้ามคืนกว่าจะออกมาได้ เส้นทางที่ต้องลัดเลาะไปตามขอบเขา ที่สูงชัน มันไม่มีโอกาสให้ผิดพลาดเลย ลื่น ชัน หินขวางทาง ที่สำคัญ มันเป็นป่ารกไปแล้ว ผมต้องวอ.เช็คเส้นทางกับ นาวิน พันเดช ตลอดเวลา เพื่อให้แน่ใจว่าไม่หลงทางกัน….ในใจผมคิด ไม่หลงหรอก  แต่เส้นทางมันหายไปไหนวะ 555555

              ต้องขอบคุณน้องชายรูปหล่อ โจ (ชาติชาย ชาตะ) จากขอนแก่นออฟโรด ที่กระโดดจากรถมาเป็นคนสำรวจเส้นทางให้ (ถ้าไม่ได้นาย เราตายแน่) โจ  ลัดเลาะไปตามขอบชายป่าเต็งรัง ร่องลึกที่รอเราอยู่ แต่ก็ต้องแพ้ต่อสมรรถนะของรถออฟโรดของพวกเรา  เนินชันๆ ลื่นๆ บางช่วง เล่นเอาต้องลงจากรถมาลุ้นกันคันต่อคัน เพียงเพื่อเป้าหมายเดียว ผาหำหด  มันจะหดจริงมั้ย

ขอบฟ้าไกลๆ เป็นสัญญาณว่าน่าเป็นจุดสิ้นสุดทางดินและทางหิน และคงจะเป็นหน้าผา สายลมแรงๆ ปะทะหน้า เสียงลิงป่าส่งเสียงร้องไกลๆ ชัวร์ๆๆๆๆๆ …อีกเพียงไม่กี่นาที รถทุกคันก็มาเรียงกันอยู่หน้าผา สูดอากาศอันแสนสดชื่นของฟ้าหลังฝนตก อย่างฉ่ำปอดกันทุกคน เราอ้อยอิ่งอยู่ที่ผาหำหดเกือบชั่วโมง

ผาหำหด  จุดชมวิวที่สวยงาม จุดหนึ่งของภาคอีสาน แต่เส้นทางขึ้นไปยากมาก เบื้องล่างคือ วิวอำเภอสมเด็จ และอำเภอคำม่วง เมืองกาฬสินธุ์  มองกลายๆ เหมือนภูหลวงของเมืองเลยทีเดียว เราชื่นชมธรรมชาติอยู่นาน จนพระอาทิตย์ไล่ให้พวกเราลงจากเขา  เพราะเส้นทางขากลับนั้น นอกจากทางจะชันแล้ว บางช่วงเส้นทางก็หายไปเสียเฉยๆ ผมเคยถามพระอาจารย์ ที่วัดถ้ำว่าเป็นอย่างไร ท่านบอกว่ามีต้นไม้ล้มขวางทางอยู่  ผมนึกในใจว่าคงแค่ต้นสองต้น แต่ที่ไหนได้ เป็นสิบๆ ต้นเลยครับ ระยะทางแค่ 3-4 กิโลเมตรเท่านั้น เล่นเอาปาดเหงื่อกันเป็นทิวแถวเลยทีเดียว   “ ทีนี้เราจะหลงทางกันจริงๆ ละมั้งอาจารย์นุ” เสียงจาก อัฐ  ขอนแก่นออฟโรด ให้กำลังใจผมดีมากเลย  ผมยิ่งใจสั่นๆ อยู่ด้วยเพราะเส้นทางมันรกจนบดบังทางสายเก่าเสียมิด จนมองไม่เห็นเค้าเดิม รกมากๆ ต้นล้มขวางทาง เรามุด ลัดเลาะ ไปตามสุ่มทุมพุ่มไม้เสียวหลงทาง รวมทั้งความมืด มันปะดังมาพร้อมๆ กัน ได้อารมณ์อีกแบบครับ กับการขับรถในสภาพเส้นทางและบรรยากาศแบบเนี้ย  “อีกไม่นานครับ….”  ผมวิทยุกลับไปยังขบวนที่อยู่เบื้องหลังอย่างให้กำลังใจ และหวังว่าเขาคงจะเข้าใจผม

“เจอทางออกแล้วครับ….!!  เสียงนายโจ (ชาติชาย ชาตะ) ตะโกนมาไกลๆ กับเวลาเกือบสามทุ่มแล้ว ถึงตอนนี้ต้องบอกว่า อาหารในท้องเมื่อตอนเที่ยงวัน ไม่เหลืออยู่ในกระเพาะ ความหิวมันเริ่มมาทันทีเมื่อเจอทางออก

สามทุ่มกว่ากับเส้นทางที่คิดว่าง่ายๆ กลับทำให้เราลุ้นตลอดเส้นทาง ได้รถชาตไปอีกแบบของการขับขี่ออฟโรด ที่ไม่มีสคลิป  แค่วางแผนกับมิตรภาพ การรอคอยและการให้กำลังใจกัน   ขอบคุณพี่ๆ เพื่อนๆ จากชมรมต่างๆ  ขอนแก่นออฟโรด  กระทิงดง4wdอุดรธานี กาฬสินธุ์ออฟโรด กลุ่มฟูตม และผู้ใจบุญที่มอบรอยยิ้มให้น้องๆ นักเรียนครับ

ยินดีต้อนรับสู่ “ผาหำหด เมืองน้ำดำ” อยากให้มาในหน้าฝน สำหรับฮาร์ดคอร์  และอยากให้มาหน้าหนาวๆหน่อย สำหรับครอบครัวอันน่ารัก   ติดต่อมาเลยนะครับ

                ชมรมกาฬสินธุ์ออฟโรด (เจ้าบ้าน) ยินดีต้อนรับครับ

 

 

ข้อมูลการเดินทางสู่ผาหำหด เมืองน้ำดำ

หากเริ่มต้นที่ตัวเมืองกาฬสินธุ์ ตามเส้นทางหมายเลข 227  สู่อำเภอสหัสขันธุ์ ระยะ ทาง 30 กม. ที่นั่นมี ศูนย์ศึกษาเรียนรู้ไดโนเสาร์ พิพิธภัณฑ์สิริธร  มิวเซียมที่สมบูรณ์ที่สุดในการเรียนรู้ไดโนเสาร์ของประเทศไทย จากนั้นเดินทางต่อไปที่อำเภอคำม่วง ตามเส้นทางหมายเลข 227 ก่อนถึงอำเภอสมเด็จ 12 ก.ม. มีทางแยกซ้าย อีกประมาณ 24 ก.ม. แวะซื้อเสบียงอาหารที่อำเภอคำม่วง ก่อนขึ้นเขา

ข้อมูลทั่วไป

-          สถานที่ตั้ง  อยู่ในเขตควบคุมขององค์การบริหารส่วนตำบลนาทัน อำเภอคำม่วง    จังหวัดกาฬสินธุ์

-          ระยะทางออฟโรด  11 ก.ม.

-          ที่พัก พักที่วัดถ้ำพระขันติอาริยาวาส (ห่างจากหน้าผา 5 ก.ม.)

-          ห้องน้ำ มีที่วัด

-          สัญญาณโทรศัพท์มีตลอดเวลา

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>

Uses wordpress plugins developed by www.wpdevelop.com