ฉางข้าวกะเหรี่ยง

travel083

ขุนเขาตะนาวศรีถือเป็นป่าที่ครอบคลุมพื้นที่มากที่สุดของประเทศจากทิศเหนือสุดตั้งแต่จังหวัดตากไล่ลงไปจนถึงจังหวัดระยองด้วยความเป็นป่าใหญ่และมีพื้นที่ติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างพม่าตะนาวศรีจึงทำหน้าที่เสมือนมารดาแห่งสรรพชีวิตทั้งปวงเป็นหลังคาสีเขียวและสร้างความชุ่มชื้นให้กับผู้คนในพื้นที่ด้านล่างมาช้านาน เมื่อเทียบกับป่าแห่งอื่นๆ

“ฉางข้าวกะเหรี่ยง” ชื่อของมันอาจจะไม่คุ้นหูเราสักเท่าไรนักแต่สำหรับนักออฟโรดทางฝั่งตะวันตกแล้วละก้อทุกคนคุ้นเคยกับมันดีด้วยว่าปัจจุบันมันกลายเป็นสถานที่เล่นและสถานที่ท่องเที่ยวในการบุกป่าฝ่าดงที่สำคัญดูเหมือนว่ามันยังเป็นเส้นทางที่ลี้ลับและยากที่จะเดินหน้าต่ออย่างไรก็ตามเส้นทางนี้ถือเป็นต้นน้ำลำธารที่สำคัญ โดยเฉพาะอ่างเก็บน้ำเขื่อนยางชุมและผ่านแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สำคัญหลายแห่งเช่น น้ำตกดงมะไฟและเป็นที่อยู่อาศัยสำคัญสัตว์ป่ามากมายโดยเฉพาะช้างป่าเหตุที่ทุกคนต่างเรียกที่นี่ว่าฉางข้าวกะเหรี่ยงก็เพราะว่าสุดปลายทางจะชนกับสันปันน้ำระหว่างไทย-พม่าเพราะบนสันแดนนั้นมีชาวกะเหรี่ยวอาศัยอยู่และมีอาชีพหลักคือการปลูกข้าวนั่นคือที่มาของชื่อเส้นทางดังกล่าว

การเดินทางสู่ฉางข้าวกะเหรี่ยงนั้นสะดวกที่สุดคือยึดถนนเพชรเกษมหรือทางหลวงหมายเลข 4 เป็นเส้นทางหลักก่อนจะเลี้ยวขวาไปอ่างเก็บน้ำเขื่อนยางชุมหรือทางหลวงหมายเลข 3217 ประมาณ 26 ก็ถึงบริเวณของสันเขื่อนจากสันเขื่อนไปก็เดินทางต่อผ่านบ้านย่านซื่อถึงด่านตรวจตชด. เรือกสวนไร่นาโดยเฉพาะไร่สับปะรดไม่นานก็ถึงหน่วยวิจัยพันธุ์ไม้ป่าปากทางเข้าเส้นทางนี้สามารถแบ่งออกได้เป็นสองช่วงด้วยกันมีข้ามลำห้วยและบุกป่า ช่วงแรกคือการข้ามลำห้วยที่มีอยู่ด้วยกัน 3 จุด จะเริ่มตั้งแต่หน่วยวิจัยพันธุ์ไม้ป่าเป็นต้นมาและจะสลับกันไปเรื่อยๆแต่ก็เป็นห้วยเดียวกันลำห้วยแต่ละลำห้วยนั้นค่อนข้างกว้างและไหลแรงน้ำจะลึกหรือตื้นนั้นขึ้นอยู่กับฤดูกาลจากห้วยที่หนึ่งถึงห้วยที่สองทิ้งระยะห่างกันพอสมควรเช่นเดียวกับห้วยที่สองไปสู่ห้วยที่สามทิ้งระยะกันพอสมควร

ส่วนช่วงที่สองนั้นจะวิ่งไปตามเส้นทางชักลากไม้เดิมจะเริ่มตั้งผ่านลำห้วยที่สองไปแล้วสองข้างทางนั้นถูกคลุมไปด้วยความรกทึบของพันธุ์ไม้นานาชนิดโดยเฉพาะหนามเกี่ยวไก่เถาวัลย์และหญ้าจำพวกวัชพืชต่างๆปกคลุมจนแทบไม่เหลือเค้าเดิมของทางชักลากไม้อยู่เลยเว้นช่วงไปอีกนิดนอกเส้นทางก็จะมีต้นไม้ใหญ่ทำหน้าที่ปกคลุมเป็นหลังคาอย่างดีอีกชั้นเมื่อถึงห้วยที่สามจะพบว่า ความสวยงามจากสภาพแวดล้อมที่โอมอุ้มด้วยขุนเขาแวดล้อมด้วยผืนป่าสมบูรณ์มีธารน้ำใสเย็นฉ่ำไหลผ่านเลาะริมโตรกผาโดยที่ฝั่งตรงกันข้ามเป็นหาดทรายและลานหินราบเรียบทุกสิ่งทุกอย่างงดงามและบริสุทธิ์ที่เกิดจากการสร้างสรรค์ของธรรมชาติบริเวณจึงเหมาะสำหรับการตั้งแคมป์พักแรมดื่มด่ำกับธรรมชาติรอบด้านปลายทางของฉางข้าวกะเหรี่ยงอยู่ที่น้ำตกดงมะไฟหรือที่ฉางข้าวกะเหรี่ยงแต่ทางจะรกและลำบากมากส่วนใหญ่จึงมักจะแวะพักแรมนั่งกินลมชมธรรมชาติกลางสายน้ำที่ใสสะอาดของบริเวณนี้มากกว่า

ช่วงที่น่าท่องเที่ยวมากที่สุดสำหรับฉางข้าวกะเหรี่ยง คือ ช่วงปลายฝนต้นหนาว และในช่วงฤดูหนาว โดยการพักแรมแคมปิ้งบริเวณริมลำห้วยด้านในที่มีอยู่หลายจุดด้วยกัน

การเดินทาง

เริ่มต้นเดินทางโดยใช้ทางหลวงหมายเลข 4 เลี้ยวขวาไปทางเขื่อนยางชุมผ่านบ้านย่านซื่อและจุดตรวจ ตชด.ให้ตรงไปเรื่อยๆ(เลี้ยวซ้ายไปอุทยานแห่งชาติกุยบุรี)จนถึงศูนย์วิจัยพันธุ์ไม้รวมระยะทางประมาณ 33 กิโลเมตร ส่วนเส้นทางออฟโรดจริงๆ จากศูนย์วิจัยพันธุ์ไม้ไปจนถึงฉางข้างกะเหรี่ยงประมาณ 13-14 กิโลเมตร

สิ่งอำนวยความสะดวก

ห้องน้ำ                                                    มีที่ศูนย์วิจัยพันธุ์ไม้ แต่หลังจากเข้าป่าไปแล้วไม่มี

บ้านพัก-ลานกางเต็นท์                         บ้านพักไม่มี แต่ลานกางเต็นท์นั้นสามารถกางได้บริเวณบริเวณห้วยที่สามซึ่งเป็นลานหินปนทรายแวดล้อมด้วยโตรกผาและสายน้ำอันใสสะอาดหรือจะเดินทางออกมาพักที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรีก็ได้ซึ่งห่างกันไม่มาก

ร้านค้า ร้านอาหาร                                 ไม่มี แต่สามารถหาซื้อได้ที่ตลาดกุยบุรีหรือบ้านยางชุม

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>

Uses wordpress plugins developed by www.wpdevelop.com