Differential………. เฟืองท้ายไม่ใช่เรื่องสุดท้ายสำหรับการตกแต่ง

qsc 21_resize

            อุปกรณ์ในการส่งถ่ายกำลังขับเคลื่อน ที่ส่งผ่านกันมาตั้งแต่เครื่องยนต์ ผ่านเกียร์จนถึงล้อนั้น จุดสุดท้ายเขาเรียกกันว่าเฟืองท้าย ที่นอกจากจะไม่ใช่เรื่องสุดท้ายที่ควรให้ความสำคัญแล้ว มันอาจจะเป็นเรื่องแรกที่สามารถตอบคำถามของการขับผ่านอุปสรรคในเส้นทางต่างๆ ไปได้ สำหรับรถยนต์ที่ใช้งานทั่วไปบนเส้นทางออนโรด แค่เฟืองท้ายติดรถธรรมดาก็เพียงพอต่อการใช้งานแล้ว แต่ในทางแบบออฟโรดที่มีปัจจัยหลายๆ อย่างเข้ามาเกี่ยวข้อง กำลังที่ส่งผ่านเฟืองท้ายเพียวๆ บางครั้งก็ไร้ค่า และพาลจะพาจมปรักลึกลงไปเรื่อยๆ การเสริมเขี้ยวเล็บให้เฟืองท้ายทำงานได้อย่างเหมาะสม ซึ่งก็มีหลากหลายวิธี โดยเฉพาะการเพิ่มสมรรถนะให้กับเฟืองท้ายในรูปแบบต่างๆ

            การตกแต่งรถออฟโรด ส่วนใหญ่ตั้งอยู่บนความต้องการในการใช้งานเป็นหลักใหญ่ เรื่องของการขับเคลื่อน ตั้งแต่ต้นกำลังอย่างเครื่องยนต์ ในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแนวทางการตกแต่งจากเดิมที่จะทำการโมดิฟายเครื่องเดิมติดรถให้มีสมรรถนะที่ดีขึ้น มาเป็นการหาเครื่องยนต์บล็อกใหม่ ที่มีสมรรถนะสูงขึ้น หรืออาจเลยเถิดข้ามสายพันธุ์ไปเลย ตามแต่ความต้องการ บางคนก็ไปดูความเหมาะสมของชุดเกียร์ที่จะยกมาทั้งชุด หรือชนกับเกียร์เดิมบ้าง บางครั้งอาจจะต้องลองกับชุดเกียร์แต่งต่างๆ

ภาพตัดส่วนประกอบของเฟืองท้าย  

ชุดเฟืองถูกยึดด้วยแกนที่หมุนได้อิสระ ในห้องเฟืองท้าย

 

และเมื่อมาถึงชุดเฟืองท้าย ถ้าไม่ได้เป็นรถแต่งจากสำนักแต่งที่มีการทำรถแบบเป็นสูตรที่คิดค้นมานานด้วยประสบการณ์ มักจะต้องหาอัตราทดชุดเฟืองท้ายตามความเหมาะสมมาใช้ ในรถทางเรียบ อัตราทดเป็นเรื่องใหญ่ เพราะจะทำให้ถ่ายทอดกำลังสุดท้ายออกไปยังล้อลงพื้นได้ตรงความต้องการมากที่สุด

ในรถออฟโรดชุดเฟืองท้ายนั้น จะมีอยู่ด้วยกัน 2 ชุด คือ เฟืองท้ายด้านหน้า และเฟืองท้ายด้านหลัง อัตราทดสำหรับการใช้ความเร็ว สามารถปรับเปลี่ยนได้เหมือนกับรถยนต์ในทางเรียบ แต่เรื่องของการทำงานหลักๆ ของเฟืองท้ายกับการส่งกำลังแรงบิดที่จะพารถขับเคลื่อนผ่านอุปสรรคไปได้ เป็นเรื่องสำคัญกว่า ซึ่งตรงนั้นต้องย้อนไปดูว่า ทำไมเครื่องยนต์มีกำลังมาก เกียร์มีอัตราทดเหมาะสมพร้อมกับชุดเกียร์ขับเคลื่อน 4 ล้อ แต่รถยนต์ไม่สามารถผ่านอุปสรรคไปได้อย่างสะดวก นั่นเป็นเพราะการทำงานที่เป็นหน้าที่หลักของเฟืองท้ายบังคับให้มันเป็น

พูดถึงการทำงานหลักบังคับให้มันเป็น คือ เฟืองท้าย นั้นมีหน้าที่อย่างหนึ่งในการถ่ายทอดกำลังไปยังล้อที่อยู่ด้านข้างของชุดเฟืองท้ายซ้าย-ขวา ด้านหน้าชุดหนึ่ง ด้านหลังชุดหนึ่ง เมื่อมีความต้องการแรงขับที่ล้อฝั่งไหนน้อยกว่า กำลังจะถูกถ่ายเทไปยังล้ออีกฝั่ง จุดประสงค์เพื่อให้ตัวรถเลี้ยวได้ ไม่เกิดการขัดตัวกันของล้อทั้งสองข้าง ตัวแปรของการทำงานที่ทำให้กลไกเฟืองต่างๆ ในชุดเฟืองท้ายทำงานนั่นคือ “ความฝืด” ที่เกิดขึ้นจากยางสัมผัสพื้น เพราะรถยนต์มันวิ่งได้ด้วยความฝืดที่ยางกับพื้นถนนมีต่อกัน ถ้ายางลื่นล้อก็จะปั่นฟรี เมื่อล้อไหนปั่นฟรีหรือมีแรงต้านให้หมุนได้ช้ากว่า กำลังที่ไม่ได้ถ่ายทอดลงสู่พื้นลดลง กำลังที่เหลือจะถูกส่งกลับไปยังล้ออีกข้าง ทำให้ล้ออีกข้างหมุนเร็วกว่า อย่างเวลาที่รถยนต์เลี้ยวด้านซ้าย ล้อด้านในข้างซ้ายจะหมุนช้ากว่า ได้จำนวนรอบน้อยกว่า ล้อขวาจะหมุนเร็วกว่า ทำให้รถเกิดการเลี้ยว และนั่นเป็นหน้าที่หลักอย่างหนึ่งของเฟืองท้าย

อุปกรณ์ส่วนประกอบที่มาพร้อมกับชุดแอร์ล็อกเกอร์ อย่างเช่น ซีล ท่อยางแหวนล็อก

อุปกรณ์สวิทซ์ควบคุมของชุดแอร์ล็อกเกอร์

 

เมื่อเฟืองท้ายถูกพัฒนามาใช้งานในรถยนต์ที่หลากหลายประเภทมากขึ้น สภาพปัจจัยการใช้งานมีเพิ่มขึ้นกว่าการที่ต้องการให้ทำหน้าที่ส่งถ่ายแรงบิด และทำให้รถเลี้ยวได้ ในรถยนต์ที่ใช้งานเฉพาะอย่างรถกระบะบรรทุก หรือปิกอัพ มีเรื่องของน้ำหนักบรรทุกเข้ามาเกี่ยวข้องในตอนที่ไม่ได้บรรทุก น้ำหนักการขับขี่ในช่วงออกตัว บางครั้งจะรู้สึกได้เลยว่า กำลังลงล้อมากเกินไป ใช้งานล้อเอี๊ยดออกตัวด้วยความแรง ทั้งนี้มันมีเรื่องของประสิทธิภาพยางและประเภทของยางซึ่งจะค่อยๆ ดูกันไป แต่เมื่อมีการบรรทุกน้ำหนักที่กดลงล้อจะเพิ่มขึ้น รถกระบะขับเคลื่อน 2 ล้อหลังทำไมถึงติดหลุมติดหล่มบ่อย นั่นแหละก็เพราะว่าธรรมชาติมันเป็นเช่นนั้น พอบรรทุกหนักๆ ล้อต้องใช้แรงมากขึ้นในการเอาชนะ เพื่อพารถยนต์เคลื่อนที่ไป คนขับต้องเร่งเครื่องยนต์มากขึ้นกำลังบิดที่ถ่ายทอดมาอย่างรวดเร็ว รุนแรง ทำให้ล้อปั่นพื้นถ้าสภาพเส้นทางเป็นแบบอ่อนนุ่ม ด้วยหน้าที่ของเฟืองท้ายมันจะกระจายแรงขับ เมื่อล้อข้างหนึ่งหมุนยากแรงถูกส่งไปยังล้อที่หมุนได้ง่ายกว่าลักษณะของตัวรถมันจึงเดินหน้าไม่ได้ เพราะมีแรงส่งเหลือเพียงล้อข้างเดียว และถ้ายิ่งรั้นเหยียบยาวๆ ล้อมันก็ปั่นจนจมไม่ใช่ไปไม่ได้เพราะไม่มีแรง แต่แรงมันขับไม่ได้สภาพตามความเป็นจริง ดังนั้นเฟืองท้ายที่ใช้ในรถยนต์เพื่อการพาณิชย์จึงเกิดขึ้น อย่างเฟืองท้ายแบบลิมิเต็ดสลิป

ชุดอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับแรงดันลม ที่มาบังคับใช้ในการทำงาน

จะติดตั้งชุดแอร์ล็อกต้องถอดเฟืองท้ายเริ่มที่เพลากลางก่อน

ชุดเฟืองท้ายแบบลิมิเต็ดสลิป นั้นเป็นชุดเฟืองท้ายที่มักจะมีติดตั้งมาให้กับรถยนต์ที่ใช้ชุดเฟืองท้ายแบบเสื้อเพลาใหญ่อย่างรถกระบะ หรือรถยนต์ขับเคลื่อน 4 ล้อเอนกประสงค์ เฟืองท้ายลิมิเต็ดสลิปถูกพัฒนาให้เข้ามาแก้ไขข้อด้อยจากความเถรตรงในการทำงานของเฟืองท้ายออกไปบ้างโดยจะมีการเพิ่มชุดล็อกซึ่งมีการออกแบบการทำงานหลายวิธี แต่หลักๆ จะใช้กลไกภายในและเงื่อนไขของความฝืดมาเป็นตัวหลักในการบังคับให้เกิดการทำงานโดยอัตโนมัติ เพื่อความสะดวกในการใช้งานของผู้ขับขี่ที่ไม่ต้องเรียนรู้วิธีการใช้งานเพิ่มเติมมากนัก เพียงแต่เข้าใจข้อจำกัดและความสามารถที่เฟืองท้ายลิมิเต็ดสลิปมีให้

ชุดเฟืองท้ายแบบมีลิมิเต็ดสลิป


ชุดลิมิเต็ดสลิปเมื่อถอดแยกออกมาจากเสื้อเฟืองท้าย
 การทำงานเมื่อชุดเฟืองท้ายธรรมดา เกิดการถ่ายทอดกำลังไปยังล้อทั้งสองข้างไม่เท่ากัน เมื่อล้อข้างใดข้างหนึ่ง หรือทั้งสองข้างมีความฝืดน้อย (จะปั่นฟรี) และล้อข้างใดข้างหนึ่งมีความฝืดมาก(จะหมุนได้ยาก) และเกิดปัญหาดังที่ได้กล่าวมา ชุดล็อกของลิมิเต็ดสลิปจะเริ่มทำการจับตัวด้วยกลไกที่บางแบบออกแบบให้เป็นชุดแผ่นคลัทช์ พร้อมเฟืองทดกำลัง และแผ่นคลัทช์ซึ่งจะทำงานอัตโนมัติด้วยกลไก เมื่อชุดลิมิเต็ดสลิปล็อกล้อทั้งสองข้างจะถูกเชื่อมเข้าด้วยกัน จึงทำให้กำลังส่งผ่านไปยังทั้งสองล้อเท่าๆ กัน แต่ว่ากำลังที่ล้อทั้งสองจะได้รับมีข้อจำกัด ด้วยกลไกที่เป็นชุดสปริงกดและแผ่นคลัทช์ ซึ่งจะยอมให้ส่งผ่านกำลังแรงบิดได้ในระดับหนึ่ง บางครั้งเมื่อแรงบิดที่ส่งมาจากเครื่องยนต์มากเกินไป ชุดล็อกลิมิเต็ดสลิปไม่สามารถรองรับได้ เฟืองท้ายแบบลิมิเต็ดสลิปจึงเหมาะกับการใช้งานที่ไม่หนักหน่วงจนเกินไป รถยนต์ทางเรียบบรรทุกหนักจะได้ประโยชน์จากเฟืองท้ายแบบนี้มากที่สุด

ภาพแสดงชุดเฟืองท้ายแบบดิฟล็อก

ส่วนรถยนต์ออฟโรดที่ลุยใช้งานทั่วไปเพียงพอสบายๆ กับเฟืองท้ายแบบนี้เมื่อทำงานร่วมกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ซึ่งจะเอาตัวรถรอดไปได้ แต่รถออฟโรดลุยเที่ยวป่าหนักๆ หรือรถแข่ง ลิมิเต็ดสลิปจะไม่เพียงพอกับที่ใจขาลุยต้องการ นอกจากนี้แล้ว การโมดิฟายชุดลิมิเต็ดสลิปให้มีการจับตัวมากขึ้นเพื่อการถ่ายทอดกำลังได้เพิ่มขึ้นก็มี จะด้วยการเปลี่ยนชุดกลไกภายในอย่างไรก็ตามที ข้อจำกัดยังอยู่ที่ตัวของแบบลิมิเต็ดสลิปนั่นเอง

จึงต้องหันไปคบหาดูใจกับ เฟืองท้ายแบบดิฟล็อก ซึ่งแบบนี้มักจะต้องมีการดัดแปลงเพิ่มเติมใส่เข้าไปกับชุดเฟืองท้ายเดิมติดรถมา หรือถ้าเป็นชุดเฟืองท้ายที่ยกมาทั้งชุดมาใส่แทนในชุดเพลาท้ายเดิม ตรงนี้สามารถที่จะทำได้ แต่มันจะต้องเลือกระหว่างด้านหน้าและหลัง ซึ่งความเหมาะสมจริงๆ ที่ด้านหลังจะมีความเหมาะสมมากกว่า เพราะโดยการใช้งานที่รองรับการใช้งานได้มากกว่า ซึ่งในรถแต่งหลายคันก็มีการเลือกใช้แบบเฟืองท้ายด้านหน้าและหลังคนละแบบกันมีให้เห็นอยู่เยอะ

เฟืองท้ายแบบดิฟล็อก นั้น มีประสิทธิภาพที่มั่นใจได้มากขึ้น สำหรับรองรับการทำงานหนักในรถยนต์ขับเคลื่อน 2 ล้อ การมีระบบล็อกเฟืองท้ายแบบบดิฟล็อกนั้นการลุยใช้งานในเส้นทางอ่อนนุ่ม ลาดชัน เปียก ลื่น ทั้งในยามบรรทุกหนักกับยางเดิมเรเดียลยังให้ประสิทธิภาพที่เหมาะสม ด้วยการทำงานที่ชุดล็อกเฟืองท้ายนี้ ถ้าในรุ่นที่ออกแบบมาเฉพาะจะทำงานแบบอัตโนมัติก็ได้ จากอุปกรณ์ที่เพิ่มเติมเข้าไป แต่การล็อกกำลังที่ส่งถ่ายออกไปยังล้อทั้งสองข้าง จะเป็นแบบสองข้างเท่าๆ กัน ซึ่งจะแตกต่างกับลิมิเต็ดสลิปที่แปรผันได้มากกว่า ในส่วนแรงที่แปรผันมันจะมีผลมากน้อยอยู่ที่ประสิทธิภาพ ส่วนประกอบขับเคลื่อนแบบเดียวกับเฟืองท้ายแบบอื่น เมื่อล้อเกิดอาการลื่นหรือฝืดในด้านตรงข้าม ด้วยแรงที่ส่งจากชุดล็อกของเฟืองท้ายดิฟล็อก ทำให้เพลาข้างเชื่อมต่อเป็นชิ้นเดียวกันและหมุนไปด้วยแรงที่เท่ากันได้รับมา 100 เปอร์เซ็นต์ ออกไปข้างละ 50:50 ด้วยแรงขนาดนี้ ทำให้รถยนต์สามารถเอาชนะอุปสรรคไปได้ อย่างในกรณีที่ล้อสองข้างแตะพื้นไม่เท่ากัน หรือมีล้อข้างใดข้างหนึ่งลอย จะเห็นผลชัดเจนในการทำงาน

 ยกชุดเฟืองบายศรีออกมาถอดลูกปืนออกด้วยเครื่องมือพิเศษ
นอกจากอุปสรรคจากพื้นทางแล้ว น้ำหนักกดจากน้ำหนักบรรทุก ย่อมทำให้รถยนต์มีความยากลำบากในการเคลื่อนที่ด้วย เฟืองท้ายแบบดิฟล็อกนี้ มีประสิทธิภาพในการถ่ายแรงขับเมื่อยามล้อหมุนฟรีได้ดีกว่าแบบลิมิเต็ดสลิป ด้วยลักษณะการถ่ายทอดแรงสองข้างที่เท่ากัน ในรถยนต์ออฟโรดที่ใช้งานหนัก ดิฟล็อกช่วยให้การข้ามอุปสรรคมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่มันต้องดูในส่วนของเพลาส่งกำลังอีกด้วย เพราะเมื่อดิฟล็อกต้องการที่จะขับไปโดยไม่มีความยืดหยุ่นของตัวเพลาขับ การเสียหายจากเพลาขาด เพราะการติดขัดของล้ออีกข้างที่มากเกินแรงขับจะผ่านไปได้ เรียกว่าเฟืองท้ายแบบดิฟล็อกสำหรับขาลุย ต้องมีการเรียนรู้เรื่องการขับขี่ใช้งานเพิ่มเติม ไม่ใช่เพียงแต่การติดตั้งตัวช่วยเพื่อจะเอาชนะอย่างเดียว ต้องมีศิลปะกันบ้าง

ปกติพร้อมตกแต่งต้องถอดประกับล็อกออกทั้ง 2 ข้าง

 

สำหรับแบบของเฟืองท้ายอย่างดิฟล็อกนั้น มีการทำงานและการควบคุมหลากหลายทั้งแบบกลไกอัตโนมัติที่ติดตั้งเพิ่มเติมเข้าไป เหมาะกับรถยนต์ที่ขับเคลื่อน 2 ล้อมากกว่า ส่วนดิฟล็อกที่ทันสมัย มีการควบคุมการจับตัวด้วยระบบไฟฟ้า หรือร่วมกับระบบไฮโดรลิก พวกนี้สามารถเลือกใช้งานที่เพลาท้ายด้านหน้าได้ เพราะอย่างที่บอก การล็อกเพลาขับสองข้างที่ออกไปยังล้อก็เหมือนกับการย้อนยุคไปยังสมัยรถม้าที่ยังไม่มีชุดเฟืองท้ายนั่นเอง การเลี้ยวรถหรือการบังคับควบคุมในเส้นทางความฝืดปกติ อย่างถนนไฮเวย์จะทำให้เกิดวงเลี้ยวกว้าง เกิดการเบียดตัวและการสึกหรอของอุปกรณ์ที่สูง เป็นสิ่งที่ต้องเลือกและคำนึงถึง

ด้วยจุดเด่นของการล็อกเฟืองท้ายแบบดิฟล็อก ที่มีประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนในการทำงานอย่างน่าพอใจ เฟืองท้ายแบบดิฟล็อกจึงถูกใจขาลุยหนักๆ แต่เมื่อความต้องการไม่มีที่สิ้นสุดข้อดีของเฟืองท้ายแบบลิมิเต็ดสลิปในความยืดหยุ่นของการส่งกำลัง และข้อดีของเฟืองท้ายแบบดิฟล็อกในความมีเสถียรภาพและส่งกำลังได้อย่างแข็งแกร่งเพียงพอ ทำให้เกิดความต้องการในการที่จะนำข้อดีของเฟืองท้ายทั้งหลายมาผสมผสานกัน จึงได้เกิดเฟืองท้ายดิฟล็อกที่ควบคุมด้วยระบบกลไกนิวเมติก ที่เรียกันว่าเฟืองท้ายแบบแอร์ ล็อกเกอร์(AIR LOCKER) ขึ้น ซึ่งจะมีข้อดีในการส่งถ่ายกำลังที่เท่ากันของล้อทั้งสองข้างด้วยกลไกที่ถูกบังคับจากลม และมีความยืดหยุ่น สามารถจับล็อกและคลายล็อกได้อย่างรวดเร็วตามที่ใจต้องการ จากสวิทซ์ควบคุมด้านในห้องโดยสาร

พอฟังแล้วมันช่างเทพจริงๆ กับเฟืองท้ายแบบแอร์ล็อกเกอร์นี้ อย่างว่าล่ะครับว่ามันต้องแลกมาด้วยปัจจัย และการติดตั้งที่ยุ่งยากมากกว่าปกติ เมื่อเทียบกับระบบเฟืองท้ายแบบลิมิเต็ดสลิป หรือแบบดิฟล็อกธรรมดา สำหรับชุดเฟืองท้ายแบบแอร์ล็อกเกอร์นี้ ถือว่าเป็นอุปกรณ์ตกแต่งในเรื่องของระบบขับเคลื่อนที่น่าสนใจ ตัดประเด็นเรื่องราคาไปสำหรับผู้ที่ต้องการ เพราะนอกจากสิ่งที่ได้มา จะเหมาะสมกับการใช้งานลุยแล้ว มันยังสามารถใช้งานได้ในชีวิตประจำวัน เพราะสามารถเลือกปลดและใส่ได้อยู่ที่ผู้ใช้งาน

เฟืองท้ายแบบแอร์ล็อกเกอร์นั้น เป็นอุปกรณ์เสริมนอกจากตัวเรือนห้องขบวนเฟืองชุดล็อกที่ต้องมีการเปลี่ยนใหม่แล้ว อุปกรณ์เสริมต่างๆ จะมีมาให้แบบเป็นเซ็ตหลักๆ จะเป็นตัวซีลล็อกสำหรับจับตัวและท่อยางวาล์วต่อต่างๆ สายรัด ปกติโดยมากสามารถติดตั้งได้ทั้งเฟืองท้ายด้านหน้าและด้านหลังเรียกว่าแต่งสุดกะจะไม่มีข้อแม้ติดหลุมติดหล่มกันเลย แต่โดยมาแล้วเพียงแค่ที่ด้านหลังดูจะเพียงพอสมควรแล้ว ซึ่งนอกจากชุดอุปกรณ์ในชุดเฟืองท้ายแล้ว พวกอุปกรณ์เสริมปั๊มลม บางครั้งเลยเถิดไปมีรีโมทให้ใช้งานด้วย

สำหรับการติดตั้ง นอกจากจะทำการติดตั้งชุดแอร์ล็อกเข้ากับชุดเฟืองท้ายแล้ว ยังเป็นโอกาสให้คุณได้พบหน้าค่าตากับอุปกรณ์ภายใน เพื่อทำการตรวจเช็กตั้งแพทเทิร์นและระยะพรีโหลดลูกปืน พร้อมกับเปลี่ยนน้ำมันเฟืองท้ายใหม่ ด้วยในคราวเดียวกันสำหรับงานนี้ ชุดแอร์ล็อกเกอร์ที่อยู่หลักๆ ในเสื้อเพลาท้ายจะเป็นตัวเรือนที่มีชุดเฟืองและชุดล็อก ซึ่งจะเป็นห้องที่มีขบวนเฟืองและแผ่นคลัทช์ สำหรับกดรับถ่ายทอดแรงอยู่ ตัวเรือนนี้จะติดอยู่กับเฟืองบายศรีในเฟืองท้ายนั่นเอง

ชุดเฟืองท้ายแอร์ดิฟล็อก

หลังจากที่ถอดชุดเฟืองท้ายออกแล้ว นำเอาชุดเฟืองบายศรีที่ผ่านการถอดและล้างทำความสะอาดเรียบร้อย มายึดกับเรือนเฟืองตัวใหม่ของชุดแอร์ล็อกเกอร์ ที่จะถูกดัดแปลงเอาอุปกรณ์เสริมที่มาในชุดแอร์ล็อกเกอร์มาใส่ ทั้งแหวนรองโลหะ ชุดซีลยาง และวาล์วรับแรงดันลม ซึ่งในห้องนั้นเมื่อสวิทซ์แรงดันลมเปิดทำงาน แรงดันลมจากปั๊ม จะดันให้ชุดนี้ล็อกและชุดเฟืองจะล็อก และทั้งสองข้างของเพลาข้างที่เฟืองท้ายจะล็อก และถ่ายทอดแรงขับออกไปเท่า ๆ กัน ทั้ง 2 ล้อซึ่งเป็นข้อดีของดิฟล็อกที่เฟืองท้ายแบบแอร์ล็อกเกอร์นำมาใช้ และเมื่อต้องการที่เลิกใช้งานด้วยการปลดแรงดันลม การทำงานจะเป็นปกติ ซึ่งแรงดันลมนี้ สามารถจะปรับให้เพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ และนั่นจะเป็นความยืดหยุ่นซึ่งเป็นข้อดีอีกอย่างหนึ่งของมัน

ตรงแรงดันลมที่ใช้ ถ้าใช้เกินแรงดันกำหนด นอกจากจะทำให้เกิดความเสียหายของชุดอุปกรณ์แล้ว ยังจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อชิ้นส่วนส่งกำลังอื่นๆ ไม่ต่างไปจากเฟืองท้ายแบบที่ผ่านๆ มา รวมไปถึงการใช้งานด้วย ถ้าไม่มีลมจากปั๊มตรงนี้ เฟืองท้ายแบบนี้ก็ทำงานไม่ได้ อีกทั้งข้อต่อของท่อลมต่างๆ ที่จะต้องตรวจสอบให้อยู่ในสภาพดีเสมอ เพราะการรั่วของแรงดันลมเพียงเล็กน้อย จะทำให้การสั่งการล็อกมีประสิทธิภาพไม่เต็มที่ และด้วยความสะดวกและทันสมัยการดูแลรักษาชิ้นส่วนต่างๆ ย่อมที่จะเพิ่มขึ้นเป็นธรรมดา ซึ่งจริงๆแล้วอย่าลืมว่า อุปกรณ์ตัวช่วยอื่นๆ อย่างการใช้วินซ์และการวางไลน์เส้นทางให้รอบคอบ ยังเป็นสิ่งที่ช่วยเหลือท่านให้เดินทางได้ด้วยความมั่นใจ

ในเรื่องของเฟืองท้ายจะมีเพิ่มเติมบ้างในบางแบบ ซึ่งแบบที่ดัดแปลงการใช้งานด้วยการใส่ล็อกชุดเฟืองท้ายด้วยมือกับสลิงดึงเบรกเรียกว่า เข้าเองตามใจฉันพวกนี้ก็มีให้เห็น มันอยู่ที่การดัดแปลงเรื่องของการทำงาน เราต้องรู้ว่ารถของเรามีขีดความสามารถ และการใช้งานขนาดไหน สำหรับทั่วๆ ไปใช้งานออฟโรดเดินทางท่องเที่ยว ในเส้นทางที่ไม่ใช่แบบฮาร์ดคอร์เพียงการใช้เฟืองท้ายลิมิเต็ดสลิปที่โมดิฟายชุดล็อกบ้างเล็กน้อยน่าจะเพียงพอ แต่ถ้าจะให้มั่นใจเลือกใส่ชุดดิฟล็อกเข้าไปที่ด้านหลังสักชุด แล้วเรียนรู้การขับขี่ในเส้นทางต่างๆ ให้มีเทคนิคการขับติดตัวเอาไว้บ้าง อีกทั้งการเดินทางเข้าเส้นทางโหดๆ คงไม่มีใครจะพากันไปคันเดียวแน่ๆต้องเตรียมพร้อมให้มากที่สุด เพราะยิ่งมีการตกแต่งชุดเฟืองท้ายให้ขับอย่างมั่นใจในทางลุยสูงๆ มากเท่าไหร่ ความสะดวกในการใช้งานจะต้องแลกเพิ่มมาด้วยกลไก

แต่สำหรับรถขับเคลื่อน 2 ล้อดิฟล็อกแบบกลไกอัตโนมัติเพียงเท่านี้ จะช่วยให้การใช้งานเป็นไปอย่างเหมาะสมมากขึ้น แล้วแต่ว่ามันต้องไปดูเรื่องของยางเป็นส่วนประกอบด้วย เพราะอย่างที่บอก รถมันไปได้หรือไม่ได้ มันอยู่ที่ความฝืด ไม่ใช่ว่าแรง มันไม่พอ โดยมากรถมันจะปั่นกันจนทางลึกและจมเสียมากกว่า และถ้าเป็นอย่างนั้น การหาอุปกรณ์ตกแต่งชุดเฟืองท้าย จึงไม่ใช่เรื่องสุดท้ายที่จะตกแต่งให้กับรถของคุณ……

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>

Uses wordpress plugins developed by www.wpdevelop.com