ตามรอยเส้นทางนักต่อสู้ “จิตร ภูมิศักดิ์” จากภูพานสู่ภูอ่างสอ(ภูทับเบิก 2) วาริชภูมิ

pooangsor15

อะไรเอ่ย  1 วันมี 3 ฤดู แบบจัดๆ  คำตอบ Thailand กลางวันมีทั้งร้อนและฝน ตกดึกมีทั้งผ้าห่มและคนห่ม ซะงั้น นี่แหละเมืองไทย ...ไม่สิ มันเพี้ยนทั้งโลกสินะ

 

วันนี้ผมฝ่าอากาศร้อนกว่า 39 องศาเซลเซียส มุ่งสู่ดินแดนนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยคนหนึ่งของเมืองไทย ตำนานที่สาบสูญ ซึ่งน้อยคนนักที่ไม่รู้จัก “­จิตร ภูมิศักดิ์” และดินแดนที่ผมจะพาไปรู้จัก คือ สถานที่อันเป็นจุดจบของชายคนนี้มากว่าครึ่งศตวรรษ  นั่นก็คือ บ้านหนองกุง ต.คำบ่อ อ.วาริชภูมิ จ.สกลนคร

ทริปนี้เราเลือกเอาดีเดย์ วันที่ 5 พฤษภาคม 2555 เพื่อร่วมกิจกรรมกับเทศบาลตำบลคำบ่อ ในการจัดทำโรงทานให้กับชาวบ้านด้วย ในพิธีบวงสรวงดวงวิญญาณของจิตร ภูมิศักดิ์ มีศิลปินมากมายมาร่วมรำลึกถึงชายคนนี้ สำหรับกลุ่มออฟโรดของเรานั้น เป็นแขกประจำมาร่วมงานทุกปี เพื่อสร้างความบันเทิงตามแบบฉบับออฟโรด เช่น แข่งโชว์บ้าง โชว์สมรรถนะรถบ้าง หรือให้น้องๆ เยาวชนมานั่งไปด้วย เป็นต้น ปีนี้มี ชมรมคนท่องป่า 4×4 สกลนคร  ชมรม Club JZ สกลนคร ชมรมจอมพลัง4wd และกลุ่มสามช่าคาริเบี้ยนสามชัย มาร่วมกิจกรรมด้วยกว่า 20 คัน

                ไกลลิบ…662 เมตร จากระดับน้ำทะเล คือ เป้าหมายของเรา หลังเสร็จสิ้นภารกิจระลึกถึง จิตร ภูมิศักดิ์ ในการพิชิตยอดเขายอดหนึ่งของเทือกเขาภูพาน “ภูอ่างสอ” มันเป็นความประหลาดใจของผม ที่รับทราบข้อมูลจากคุณหน่อย อดีตประธานชมรมคนท่องป่า 4×4 สกลนคร บอกว่า นี้คือ ทับเบิกแห่งอีสาน ความงดงามเป็นอย่างไร อยากให้กลุ่มออฟโรดกลุ่มแรกของเรานี้ขึ้นไปสัมผัส

เส้นทางนี้มีจุดเริ่มต้น มีจุดหมาย มีความท้าทายระหว่างทาง มีรึ สายเลือดออฟโรดอย่างเราๆ จะยอมพลาด

เราเริ่มต้นการเดินทางทริปนี้กันที่ตัวเมืองสกลนคร ตามเส้นทาง 22/AH15 ถนนนิตโย สกลนคร-อุดรธานี ก่อนตัดเข้าสู่ อ.วาริชภูมิ ตามถนนหมาย 227 กับเส้นทางออนโรดแบบทดสอบเครื่องยนต์และเฟืองท้าย กับเกียร์ทดกันสุดๆ ไรวะ ! ทำไมออฟโรดวิ่งกันเร็วจัง  เจ้านิสสันเลือดผสม เพิ่งคลอดมาหมาดๆ ของช่างดิส เซอร์วิส แห่งเมืองสกลฯ เหยียบมิดไมค์ จนลืมกำพรืดของออฟโรดคันนั้นไปซะแล้ว ในขณะที่ผมจมคันเร่งจนแป้นแทบทะลุพื้น แต่อนิจจาเข็มไมล์มันชี้นิ่งอยู่ที่ 60 ก.ม./ช.ม. แค่นี้ก็สุดยอดแล้วครับพี่น้อง !

“ความสนุก ความพิเศษของทริปนี้ ความสุขที่ได้ มันมีอาการแปลกๆ ตั้งแต่เริ่มต้น  เราเคลิบเคลิ้มกับบทเพลงเพื่อชีวิตร่วมชั่วโมง เราซึมซับกับบทกวีนานา พร้อมประวัติของนักสู้คนหนึ่ง เราทึ่งกับกิจกรรมที่ชุมชนร่วมมือกับคณะอักษรศาสตร์ จากสถาบันอุดมศึกษาต่างๆ ทุกคนในงานบวงสรวงดวงวิญญาณ จิตร ภูมิศักดิ์ คือ ศิลปินจริงๆ เยาวชนได้รับการปลูกฝังอุดมการณ์อย่างน่าทึ่ง”

                หลังจากที่เรากักตุนอาหารในกระเพาะในช่วงเที่ยงที่ผ่านมา  ขบวนออฟโรดกว่า 20 คันมุ่งสู่เป้าหมายยอดภูอ่างสอ มรกตแห่งอีสานตะวันออก ผู้นำทางทริปนี้ คือ เจี๊ยบ จากคนท่องป่า 4×4 สกลนคร  กับเจ้าขาวนวล เชโรกี คันเก่งแต่งเต็มสูบ พาสมาชิกทั้งมือเก๋า มือเก่า และมือใหม่มาพิสูจน์ความเป็น special กัน ช่วง 4-5 กิโลเมตรแรก เราลัดเลาะไปตามริมป่าเศรษฐกิจไร่ยางพาราของชุมชน บางช่วงเราจำต้องตัดย่นระยะทางให้สั้นลง ด้วยการขับผ่านไปตามท้องทุ่งนาชาวบ้านที่ว่างเปล่า  น่าแปลกใจว่า ฤดูร้อนของที่นี่ ความเขียวขจีของพันธุ์ไม้ และวัชพืชยังเขียวขจีอยู่เสมอ

                เส้นทางขึ้นเขานั้น จะเป็นเนินยาวตลอดเส้นทางกว่า 6 กิโลเมตร แน่นอนว่าการควบคุมรถให้อยู่ในเส้นทางคดโค้ง ขึ้นเขาแคบนั้น ต้องใช้ทักษะกันพอสมควร ต้องมีสติตลอดเวลา และการเว้นช่วงห่างระหว่างคันหน้า สำคัญมากมีบางช่วงที่ชาวบ้านนำคอนกรีตมาเททำถนน แต่ก็ต้านทานแรงน้ำธรรมชาติไม่ได้ …ความสนุกในการเดินทางทริปนี้ อยู่ที่เราตกลงกันเสมือนการแข่งขันที่จำกัดด้วยเวลา กับระยะทาง 6 กิโลเมตร กับฤดูที่ไม่แน่นอนเพราะสายฝนที่มองเห็นไกลๆ ท่าทางไม่เป็นมิตรเอาซะเลย อีกทั้งยังเป็นห่วงออฟโรดคอทองแดงที่ยังมึนกับกระแสแอลกอฮอล์ก็ไปด้วย เลยต้องมีการเซฟตี้กันพอสมควร  แค่เนินกลางเขาก็ปาไปหลายชั่วโมงเพราะความชันและหินก้อนโตทอดยาวตลอดเส้นทาง คอยดักล้อเอาไว้  เสน่ห์แห่งขุนเขาภูพานที่นักปีนเขาด้วยล้อโต รู้จักกันดี เราบังคับรถให้เข้าไปได้ทีละคัน เพราะร่องทางอื่นต้นไม้ขนาดเล็กใหญ่รู้สึกจะเบียดบี้กับประตูเต็มที รถจากค่ายอู่ดิส เซอร์วิส ประเดิมท้าทายขุนเขาแห่งนี้หลายเทค พร้อมกับสังเวยเพลาขับหน้าไปเป็นประเดิม บิดเป็นบูมเมอแรงเลย

ข้อจำกัดของการเล่นปีนหินในทริปนี้ คือ รถของทริปนี้โดยมากเป็นรถใหญ่ ความคล่องตัวในการปีนป่ายหินทำได้ค่อนข้างยาก ดังนั้นทั้งเพลา เฟือง กากบาท รับศึกหนักกับแรงบิดมหาศาล จนทุกคันต้องเจ็บตัวไปตามๆ กัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เจ้าคาริเบี้ยนดำผยองของ อาจารย์ชาตรี  แมงหวี่หนึ่งเดียว ที่ขอพิชิตเนินหฤโหดเนินนี้ ถึงกับขอตะแคงหงายท้อง โชว์สะดือจุ่นกันทีเดียว แหม รับน้องใหม่ซะแรงเลยเรา

ในป่าดิบแล้งเช่นนี้ มีกับดักรอเราตลอดครับ ถ้าขับขี่โดยไม่ระมัดระวัง ขาดสติและทักษะความเข้าใจ มีหลายครั้งที่ความคึกคะนองก่อให้เกิดอันตรายอย่างคาดไม่ถึง เพราะสภาพเส้นทางที่แตกต่างกัน โคลนเล่นยังไง ร่องน้ำเล่นยังไง หรือหินเล่นยังไง ผู้ขับขี่ต้องศึกษาให้เข้าใจแล้วจะเจ็บตัวน้อยครับ ความแหลมคมของหิน หรือแม้แต่ความแข่งแกร่งของเจ้าต้นหนามแท่งที่ยาวกว่าสองนิ้ว  ก็สร้างปัญหาให้กับออฟโรดจากคลับ JZ สกลนครไปเต็มๆ  การเล่นกับหิน รวมทั้งความลาดชันของเส้นทาง คือ จุดอันตรายอีกจุดหนึ่งของทริปนี้ คนบอกไลน์ (ผมชอบเรียกยังงี้ครับ) สำคัญที่สุด เพราะเราไม่มีโอกาสมองเห็นเรื่องราวใต้ท้องรถเราเลย การบอกไลน์แม่นๆ และจังหวะการปั้มคันเร่งและใช้เกียร์ที่เหมาะสม ไม่กระชากรุนแรงเกินไป ก็จะช่วยให้ผ่านอุปสรรคไปได้

ผ่านจากเนินหินชันไปสักพัก ก็เจอกันเนินชันอีกช่วง แต่คราวนี้เป็นขาลง เล่นเอาปาดเหงื่อไปหลายคัน เพราะความเอียงของเนินที่หากวางตำแหน่งล้อไม่แม่น มีสิทธิ์พลิกคว่ำได้ง่ายๆ  ต้องโหนๆๆๆๆๆๆ

หลังจากทุกคันผ่านอุปสรรคแบบสะบักสบอมกันไปหลายคัน เราก็ทะลุออกเส้นทางลูกรัง ก่อนถึงยอดเขา 2 กิโลเมตร และหากไปค่ำกว่านี้อาจจะมองไม่เห็นอะไรบนนั่นเลย อีกทั้งสายฝนที่ผ่านไปสักครู่ ได้ทิ้งร่องรอยให้ตะกุยตะกายกันบ้าง ยิ่งทำให้การขับขี้ขึ้นเขายากไปอีก เกือบ 20 นาทีเราก็ไปถึงยอดเขา ผมสัมผัสได้ถึงความเย็นของสายลม ขณะเวลา 16.30 น.  บนยอดเขามีสำนักสงฆ์ภูอ่างสอ มีสถานที่นั่งวิปัสสนา เมื่อเรามองไปรอบๆ บนยอดเขานั้น ช่างสวยงามจริงๆ อากาศสดชื่น ร่มรื่น ความสมบูรณ์ ความสวยงาม ความศรัทธายังคงอยู่ ณ สถานที่แห่งนี้ ที่ถูกขมวดปมเอาไว้ด้วยเรื่องราวต่างๆ มากมาย ไม่เฉพาะแค่ป่าไม้สายลม เมฆขาว ทิวเขาและผืนท้องทุ่งไกลลิบเท่านั้น…โอ้วววว !! ผมยังเห็นองค์การน่าซ่า มาตั้งฐานยิงจรวดเบื้องล่างแถวนี้ด้วย

จากคำบอกเล่าและเชิญชวนของเจ้าถิ่น บอกว่าสถานที่นี้เหมาะสมมากในการขับรถท่องเที่ยวสไตล์ออฟโรด กางเต็นท์ รับลมหนาวในช่วง พ..-มี.เพราะเมฆสวยมากๆ หมอกลงจัดช่วงเช้าๆ สายลมแห้งและเย็นพัดโกรกตลอดเวลา  มีลานกางเต็นท์ มีห้องน้ำของสำนักสงฆ์ไว้บริการ มีที่ทำบุญตักบาตรยามเช้าบนเขา มาเป็นครอบครัวกับรถออฟโรดเดิมๆ ก็ได้วิ่งทางลูกรังถึงยอดเขาครับ  ติดต่อ เจี๊ยบ คนท่องป่า4×4สกลนคร ที่เบอร์โทรศัพท์ 089-840249 จัดให้ได้ตลอดเวลา

 

ข้อมูลการเดินทาง

-         ออกจากตัวเมืองสกลนครตามเส้นทาง 22/AH15 ถนนนิตโย สกลนคร-อุดรธานี ก่อนตัดเข้าสู่อำเภอวาริชภูมิ ตามถนนหมาย 227  ระยะทางประมาณ 70 กิโลเมตร

-         เข้าเส้นทางบ้านหนองกุง ตำบลคำบ่อ อำเภอวาริชภูมิ จังหวัดสกลนคร (สถานที่เสียชีวิตของ จิตร ภูมิศักดิ์)

-         ระยะทางออฟโรด 6-7 กิโลเมตร ลักษณะเนินหิน ร่องน้ำ เนินชัน ดินลื่นหนังหมูช่วงหน้าฝน

-         บนยอดเขามีสถานที่กางเต็นท์ หรือพักในศาลาพักสำนักสงฆ์ภูอ่างสอ

-         มีห้องน้ำ

-         มีสัญญาณโทรศัพท์

-         อาหารต้องเตรียมขึ้นไปเองครับ

ทริปการท่องเที่ยวทริปนี้ร้อยเรียงออกมาโดย อ.นุ FIFA กาฬสินธุ์ออฟโรด (อนุชา ไชยเลิศ)

One Response to ตามรอยเส้นทางนักต่อสู้ “จิตร ภูมิศักดิ์” จากภูพานสู่ภูอ่างสอ(ภูทับเบิก 2) วาริชภูมิ

  1. Adventure มากๆค่ะ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>

Uses wordpress plugins developed by www.wpdevelop.com