เซอร์วิสโช้คอัพให้ถูกวิธี
เมื่อเรานำรถไปทำการเปลี่ยน หรือซ่อมแซมโช้คอัพ แต่เมื่อนำรถกลับมาใช้งานหลังการเข้ารับบริการ รถกลับมีประสิทธิภาพการรับน้ำหนัก และรับแรงสั่นสะเทือนที่ด้อยกว่าความเป็นจริง และชำรุดเสียหายง่ายเกินกว่าเวลาอันควร สาเหตุหลักของปัจจัยอย่างหนึ่งที่ก่อให้เกิดปัญหาดังกล่าว วิเคราะห์ได้ง่ายๆ เลยครับ ว่า เกิดจากการติดตั้ง และถอด – ประกอบโช้คอัพอย่างไม่ถูกต้องนั่นเอง ดังนั้นฉบับนี้จึงอยากจะขอแนะนำเทคนิคการติดตั้งโช้คอัพที่ถูกวิธี และวิธีการติดตามขั้นตอนการทำงานของช่างขณะทำการบริการกับ 19 ขั้นตอน ที่สามารถนำไปใช้ปฏิบัติให้เกิดประสิทธิภาพทั้งหมด เพื่อตัดปัญหากวนใจระหว่างอู่กับเจ้าของรถ และการปฏิบัติด้วยตนเอง ช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าได้อีกด้วย (ซึ่งขั้นตอนปฏิบัติในบางกรณีอาจข้ามขั้นตอนก่อน – หลังได้ตามสถานการณ์)
-1 เริ่มต้นอันดับแรกก่อนการถอดโช้คอัพด้วยการขับทดสอบตรวจอาการของการซับแรงสั่นสะเทือน การควบคุมรถเป็นเช่นไร การโคลงเคลงของรถ เพื่อเก็บไว้เป็นข้อมูลเปรียบเทียบหลังทำการเปลี่ยนโช้คอัพใหม่
-2 ตรวจสอบโช้คอัพใหม่ก่อนที่จะนำมาติดตั้งว่ามีสภาพสมบูรณ์พร้อมก่อนการติดตั้ง ทั้งนี้ควรตรวจเช็คบู๊ทยางที่ให้มาว่ามีครบหรือไม่ และควรจัดเรียงให้ถูกตำแหน่ง รวมถึงตรวจสอบแกนโช้คอัพว่ามีรอยขีดข่วนหรือไม่ และควรตรวจเช็คสภาพเกรียวที่ปลายแกนโช้คอัพว่ามีสภาพเต็มเกรียวไม่บิ่นหาย
-3 ตรวจวัดระยะความสูงของรถในแต่ละด้านว่ามีความแตกต่างกันเพียงใด ทั้งนี้เนื่องจากการรับน้ำหนักที่ไม่เท่ากันของแต่ละด้านของรถ ซึ่งวิธีการวัดให้ใช้ตลับเมตรวัดความสูงจากซุ้มล้อลงมาถึงขอบบนของยางว่ามีระยะห่างเท่าใด และให้ทำการจดบันทึกไว้
-4 ในการปฏิบัติงานทุกครั้งอย่างเคร่งครัด และไม่ใช้เครื่องมือที่ผิดประเภทในการปฏิบัติ เครื่องมือที่เหมาะสมกับการปฏิบัติงานประเภทนี้ขั้นต่ำควรเป็นประแจปากแหวนเป็นอย่างต่ำเป็นต้น
-5 ก่อนทำการถอดโช้คอัพออกจากระบบช่วงล่าง ควรทำการตรวจสอบชิ้นส่วนต่างๆ ของช่วงล่างส่วนอื่นๆ ว่ามีการเสียหาย หรือเสื่อมสภาพหรือไม่ ทั้งนี้เพื่อให้การทำงานของโช้คอัพชุดใหม่สามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ
-6 ทำการถอดโช้คอัพออกจากจุดยึด สำหรับรถออฟโรดรุ่นใหม่ๆ ที่ใช้ระบบช่วงล่างหน้าแบบคอยล์สปริงนั่งร่วมกับโช้คอัพนั้น วิธีการถอดสปริงออกจากแกนโช้คนั้นจำเป็นต้องมีเครื่องมือพิเศษสำหรับทำการกดล็อกสปริงให้ยุบตัวเพื่อทำการคลายนอตยึดหัวโช้ค แต่สำหรับในกรณีที่ไม่สามารถหาอุปกรณ์ดังกล่าวได้ มีอีกวิธีการหนึ่งที่สามารถนำมาปฏิบัติได้แต่ต้องใช้ความระมัดระวังอย่างมาก (การปฏิบัติในขั้นตอนนี้ต้องทำการวางตั้งสามขารองรับตัวรถไว้เรียบร้อยแล้ว) วิธีนี้เพียงใช้แม่แรงที่มีกำลังมากพอกดที่ปีกนกตัวล่างบริเวณที่มีความแข็งแรงเพียงพอ ทำการคลายนอตยึดทุกตัวที่เกี่ยวข้องให้พอหลวม ใช้ประแจปากแหวน และประแจจับร่วมทำการคลายนอตยึดฝาครอบหัวโช้คอย่างช้าๆ จนนอตเป็นอิสระจากแกนโช้ค จากนั้นให้ค่อยๆ คลายแม่แรงให้หย่อนตัวลงอย่างช้าๆ จนสปริงอยู่ในสถานะหลุดแยกจากเบ้าโช้ค ต่อจากนี้ให้ทำการถอดนอตยึดออกจากจุดยึดซึ่งทำการคลายไว้หลวมๆ ล่วงหน้าออก แต่สำหรับในกรณีเมื่อคลายแม่แรงลงมาแล้วสปริงยังอยู่ในสถานะที่ยังรองรับน้ำหนัก เนื่องจากความยาวของสปริงอาจจะมากว่าช่วงชักของโช้คอัพ (ในกรณีที่มีการเช็ตช่วงล่างมาก่อนหน้านี้) กรณีนี้ขอให้รีบทำการกวดนอตหัวโช้คกลับเข้าที่โดยด่วน และทำการขันยึดให้แน่นดังเดิม ต่อจากนั้นให้ทำการถอดทั้งยวงออกมาแล้วให้ร้านโช้คอัพใช้อุปกรณ์พิเศษทำการถอดออก ในกรณีนี้ไม่สมควรดันทุรังปฏิบัติการต่อเป็นอันขาด เพราะสปริงที่ยาวกว่าช่วงชัก และมีแรงกดพร้อมดีดนั้น เปรียบเสมือนลูกปืนใหญ่ที่พร้อมจะอัดตัวคุณให้ลอยระริ่วออกไปไกลหลายเมตร ฉะนั้นอย่าฝืนทำการถอดเป็นอันขาด แต่ในกรณีทั้งโช้คอัพ และปริงเป็นของสแตนดาร์ดจากโรงงาน กรณีนี้โดยมากจะสามารถกระทำการถอดสปริงออกจากโช้คอัพได้
*****สำคัญสุดๆ สำหรับการปฏิบัตงานในขั้นตอนนี้ ไม่ควรใช้บล็อคลมทำการถอดนอตเป็นอันขาด เนื่องจากในการใช้บล็อคลมที่มีกำลังมาก ในการหมุนอย่างรวดเร็วอาจเกินแรงกระชากหมุนให้แกนโช้คเหวี่ยงตัวอย่างรุนแรง ส่งผลให้วาล์วของโช้คคลาดเคลื่อนตำแหน่ง อาจส่งผลให้ประสิทธิภาพของโช้คด้อยลงได้ ที่สำคัญไม่ควรใช้คีมหรืออุปกรณ์ใดๆ จับยึดกับแกนโช้คเป็นอันขาด เนื่องจากรอยขูดขีด หรือรอยบุบเพียงเล็กน้อยอาจส่งผลให้น้ำมันโช้ครั่วซึม รวมถึงอาจทำให้ซีลหัวโช้คเสื่อมเร็วกว่ากำหนด*****
-7 ตรวจสอบปรับตั้งสปริงเข้ากับโช้คอัพชุดใหม่ให้อยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องก่อนการขันนอตยึด
-8 ประกอบชุดโช้คอัพพร้อมสปริงเข้ากับจุดยึดดังเดิม ในขั้นตอนนี้ให้ขันนอตยึดทุกตัวให้พอตึงมือเท่านั้น
-9 ตรวจสอบระยะห่างระหว่างล้อกับตัวถังไม่ควรให้มีระยะที่ต่ำกว่า 10 มิลลิเมตร
-10 ในกรณีที่มีการเปลี่ยนสปริงชุดใหม่ควรทำการตรวจเช็คค่าความหนืด (ค่า K) ของสปริงให้มีความเหมาะสมสัมพันธ์กับโช้คอัพ ในกรณีใช้สปริงเดิมควรตรวจเช็คเรื่องของอาการล้าของสปริงก่อนการติดตั้ง ซึ่งสปริงแต่ละข้างนั้นจะมีค่าที่แตกต่างกัน ดังนั้นการตรวจเช็คในขั้นตอนนี้ช่วยทำให้เราทราบว่าถ้าค่า K ของสปริงมีความแตกต่างกันมากสมควรที่จะทำการเปลี่ยนใหม่ หรือปรับให้เหมาะสม เนื่องจากหากใช้งานไปสักระยะอาการรถยวบยาบเหวี่ยงไปมาจะถามหา เนื่องจากการรองรับการสั่นสะเทือน และการรองรับน้ำหนักที่ไม่สมดุลย์
-11 หลังจากประกอบโช้คอัพกลับเข้าที่ และทำการขันนอตพอตึงมือ เมื่อประกอบล้อกลับเข้าที่ ให้นำรถลงจากสามขาทำการตรวจวัดความสูงของตัวรถในแต่ละด้านโดยทำการจดบันทึกเพื่อเปรียบเทียบค่า สำหรับวิธีการวัดก็ปฏิบัติเช่นเดียวกับข้อ 3 คือ วัดระยะความสูงจากซุ้มล้อกับขอบบนของยางว่าห่างกันเท่าใดในล้อทั้ง 4 ด้าน
-12 ตรวจสอบจุดยึด และตำแหน่งการติดตั้งบู๊ทในจุดต่างๆ ว่าถูกต้องไม่สลับตำแหน่ง รวมถึงการสึกหรอก่อนทำการทดสอบขับขี่ ในขั้นตอนนี้ขึ้นอยู่กับว่าต้องการตรวจสอบหรือไม่ ไม่อย่างนั้นก็ข้ามได้เลยครับ
-13 ตรวจเช็คแรงดันเบรกว่าอยุ่ในสภาพการใช้งานปกติหรือไม่
-14 ตรวจเช็คความสูงของไฟหน้ากับระยะห่างจากพื้นว่ามีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมหรือไม่
-15 หากำแพงเป็นที่พุ่งพร้อมหันหน้ารถเข้าหา ตรวจเช็คระยะลำแสงของไฟส่องสว่างว่าอยู่ในระดับที่เหมาะสมหรือไม่ก่อนทำการปรับตั้ง
-16 กรณีนี้สำหรับรถออฟโรดบ้านเราคงไม่ต้องตรวจเช็คครับ เรื่องของความสูงของทะเบียนรถ อันนี้ขอให้ติดตั้งในจุดที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถตรวจสอบได้ชัดเจนก็เพียงพอ แต่ในต่างประเทศเขาเข้มงวดเรื่องนี้มาก
-17 เมื่อเช็คความสูงของระดับไฟด้านหน้าไปแล้ว คราวนี้ก็มาตรวจเช็คในด้านหลังกันบ้างว่า เมื่อเปลี่ยนโช้คอัพชุดใหม่เข้าไปแล้ว ตูดห้อย หรือตูดโด่งหรือเปล่าเอ่ย
-18 เมื่อตรวจเช็คทุกขั้นตอน และปฏิบัติทุกขั้นตอนที่ได้กล่าวมา ทีนี้ก็มาถึงการทดสอบขับขี่ใช้งานปกติ ควรทำการตรวจเรื่องของเบรกไปในตัวด้วยจะดีมาก
-19 เมื่อทดสอบเป็นที่เรียบร้อย จะขอย้อนกลับไปถึงในขั้นตอนการติดตั้งนั้น เราได้ทำการขันนอตยึดในแต่ละจุดไว้พอตึงมือ สาเหตุที่ให้ทำเช่นนี้ก็เนื่องจากว่า เมื่อเรานำรถออกไปทำการทดสอบขับขี่จริง นอตและบู๊ทต่างๆ จะขยับตัวไปอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม ดังนั้นเมื่อทำการทดสอบขับขี่เป็นที่เรียบร้อยให้ทำการขันนอตยึดทุกตัวให้แน่นได้เต็มที่เลยครับ อีกหนึ่งประการที่ให้ขันแค่พอตึงมือเนื่องจาก หากทำการทดสอบและอาการรถไม่ผ่านเมื่อทำการถอดปรับแต่งสามารถทำได้สะดวก เป็นการรักษาเกลียวนอตอีกประการหนึ่ง
19 ข้อปฏิบัติในการถอดประกอบเปลี่ยนโช้คอัพที่ดูแล้วมันช่างน่ายุ่งยาก แต่ถ้าลองมือปฏิบัติดูจะรู้ว่ามันช่างหมูจริงๆ
































เยียมจริง ช่วยได้เยอะเลยครับ